Home Pop Up “นกสกู๊ต” ขอขยับสู่เป้าหมายผู้โดยสารเกิน 1 ล้านคน

“นกสกู๊ต” ขอขยับสู่เป้าหมายผู้โดยสารเกิน 1 ล้านคน



ย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อน ในช่วงที่สายการบินราคาประหยัด (โลคอสต์) กำลังบูมถึงขีดสุด ผู้เล่นรายใหญ่ต่างทุ่มโปรโมชั่นกันสุดพลัง หวังดูดผู้โดยสารจากสายการบินบริการแบบเต็มรูปแบบ (ฟูลเซอร์วิส) ให้เปลี่ยนมาลองนั่งสายการบินโลว์คอสต์ดูบ้าง เพราะทั้งถูกกว่าและบริการไม่แตกต่างกันมากนัก แถมยังเลือกทุกอย่างได้ตามใจ อยากซื้อน้ำหนักกระเป๋าเพิ่ม ซื้ออาหารเพิ่ม ก็เลือกได้ตามใจ หรือถ้าไม่ซื้อเพิ่มก็ยิ่งถูกลงไปอีก


“นกสกู๊ต” เป็นสายการบินที่เริ่มเปิดตัวในช่วงที่สายการบินโลว์คอสต์กำลังเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น ผู้บริโภคเริ่มคุ้นเคยและเข้าใจว่าแตกต่างจากสายการบินฟูลเซอร์วิสอย่างไรบ้าง โดยในเวลานั้นทุกคนต่างก็มองว่านี่คือ “ดาวพิฆาต” ที่จะมาเป็นคู่แข่งที่สูสีของ “ไทยแอร์เอเชีย เอ็กซ์” ซึ่งเป็นเจ้าตลาดอยู่ในเวลานั้น

“นกสกู๊ต” เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ


“นกสกู๊ต” เป็นสายการบินร่วมทุนซึ่งก่อตั้งโดย “นกแอร์” สายการบินพรีเมี่ยมโลคอสต์ของไทย และ “สกู๊ต” สายการบินราคาประหยัดจากประเทศสิงคโปร์ โดยให้บริการเส้นทางบินระหว่างประเทศในระยะกลาง-ไกล ซึ่งมีฐานการบินหลักอยู่ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เริ่มบินครั้งแรกในช่วงเดือนธันวาคม 2557 – มีนาคม 2558 ในรูปแบบเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟล์ท) โดย ณ เวลานั้น ทางสายการบินมีแผนที่จะเปิดให้บริการแก่ลูกค้าทั่วไปในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 โดยมีแผนที่จะเปิดเส้นทางบินสู่เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น


แต่ก่อนที่จะได้กางปีกโบยบิน นกสกู๊ตกลับต้องมาติดหล่มธงแดงด้านมาตรฐานความปลอดภัยจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ที่ไม่อนุญาตให้สายการบินของไทยเพิ่มหรือเปิดจุดบินใหม่ ทำให้นกสกู๊ตต้องแก้เกมกันจ้าละหวั่นเพราะเริ่มเปิดขายตั๋วไปแล้ว และยอมให้ผู้โดยสารขอคืนค่าบัตรโดยสารได้เต็มจำนวน พร้อมแก้ปัญหาด้วยการเบนเข็มไปเปิดเส้นทางบินสู่สิงคโปร์ในเบื้องต้น ก่อนจะเปิดเส้นทางไต้หวันและจีนเป็นเส้นทางบินประจำ


ทำให้ตลอดปี 2558 นกสกู๊ตมียอดผู้โดยสารเพียง 190,000 คน ทำรายได้ไปราว 955 ล้านบาท และมีอัตราบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยวบินที่ 71% ส่วนในปี 2559 มียอดผู้โดยสารเพิ่มเป็น 800,000 คน เพิ่มขึ้น 325% รายได้รวม 3,895 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 308% และมีอัตราบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยวบินที่ 80% หลังจากที่ได้เพิ่ม 4 เส้นทางบินไปยังประเทศจีน และเพิ่มเส้นทางบินไปยังเมืองนานกิงเป็นวันละ 1 เที่ยวบิน

ขอขยับยอดผู้โดยสารถึง 1 ล้านราย


ปิยะ ยอดมณี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินนกสกู๊ต กล่าวว่า “คาดว่าในปีนี้นกสกู๊ตจะยังขาดทุนอยู่อีกเล็กน้อยไม่เกิน 170 ล้านบาท จากปี 2559 ที่ขาดทุนราว 612 ล้านบาท และน่าจะมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น ซึ่งปีนี้เราตั้งเป้ารายได้ที่ 5,787 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อน 48% และเพิ่มจำนวนผู้โดยสารเป็น 1,070,000 คน พร้อมตั้งเป้าอัตราบรรทุกผู้โดยสารต่อเที่ยวบินเป็น 81%”


สำหรับกลยุทธ์การตลาดในปีนี้ จะยังคงเน้นเส้นทางบินระยะเวลา 4-5 ชั่วโมงเหมือนเดิม และจะเพิ่มความถี่ในเส้นทางเดิม ได้แก่ เสิ่นหยางเป็น 5 เที่ยว/สัปดาห์ เทียนจินเป็น 6 เที่ยว/สัปดาห์ และไทเปเพิ่มเป็น 1 เที่ยว/วัน ขณะเดียวกันก็กำลังเจรจาขอเปิดเส้นทางใหม่ที่อินเดียและจีน นอกจากนี้ในเดือนกันยายน-ตุลาคม ทางสายการบินจะเพิ่มจำนวนเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 อีก 1 ลำ ทำให้สายการบินจะมีเครื่องบินทั้งหมด 4 ลำ



ดึง “ยูทูปเบอร์” ชวนคนไทยเที่ยวเมืองจีน


ปิยะอธิบายต่อว่า ในเส้นทางบินจีนเราจะเน้นทำตลาดคนไทยมากขึ้น ผ่านแคมเปญออนไลน์ “Awesome China” (ออซั่ม ไชน่า) ที่ดึงเอายูทูปเบอร์คนดังของไทยมาช่วยนำเสนอประสบการณ์ใน 5 เมืองของจีนที่นกสกู๊ตมีเส้นทางบินอยู่ เพื่อสื่อสารกับกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนวัยทำงาน เพื่อให้เกิดการตัดสินใจไปเที่ยวเมืองจีนมากขึ้น หลังจากที่ผ่านมาเส้นทางจีนมีผู้โดยสารคนไทยไม่ถึง 1% พร้อมตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนเป็น 5% ในปีนี้ และ 10% ในปีหน้า

ปี 2561 ตั้งเป้ามีกำไรเป็นปีแรก


“ปี 2561 เรามั่นใจว่าจะเป็นปีแรกที่สายการบินจะกลับมากำไร โดยคาดว่าจะมีรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 9,714 ล้านบาท แต่การคาดการณ์นี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อประเทศไทยได้รับการปลดธงแดงจาก ICAO ภายในปลายปีนี้ ซึ่งเราจะเพื่อกลับไปดำเนินการตามแผนเดิม คือการขยายเส้นทางไปยังเมืองโตเกียวและโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น และกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ รวมถึงการเพิ่มเส้นทางไปยังอินเดียและจีนอีกประเทศและ 1 เส้นทาง ซึ่งเรามีแผนที่จะเพิ่มเครื่องบินอีก 2 ลำ เพื่อรองรับการขยายตัว” ปิยะกล่าวต่อว่า


“เรายังขาดเส้นทางบินญี่ปุ่นและเกาหลีใต้อยู่ ซึ่งหากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) ปลดธงแดงได้เมื่อไร เราก็พร้อมบินทันที ซึ่งสายการบินอื่นก็น่าจะพร้อมเช่นกัน ดังนั้นเราจะต้องบริหารต้นทุนให้ดี เพื่อทำราคาตั๋วโดยสารแข่งกับสายการบินอื่น”




เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ “นกสกู๊ต”

  •  ปัจจุบันนกสกู๊ตมีเส้นทางบินทั้งหมด 6 เส้นทาง โดยเป็น 5 เส้นทางสู่ประเทศจีน ได้แก่ นานจิง ชิงเต่า เทียนจิน เสิ่นหยาง และต้าเหลียน และอีก 1 เส้นทางไปเมืองไทเป ประเทศไต้หวัน
  • นกสกู๊ตมีจำนวนเที่ยวบินทั้งปี 2559 อยู่ที่ 1,207 เที่ยวบิน
  • จากจำนวนผู้โดยสารกว่า 800,000 คนในปีที่แล้ว เป็นอาตี๋-อาหมวยแดนมังกรถึง 90%
  • สำหรับเส้นทางจีนมีผู้โดยสารคนไทยไม่ถึง 1% ซึ่งนกสกู๊ตอยากเพิ่มเป็น 5% ในปี 2560 และขยับเป็น 10% ภายในปี 2561 โดยจะรุกตลาดกลุ่มคนเดินทางด้วยตัวเอง (เอฟไอที) เพื่อชวนคนไทยไปเที่ยวจีนมากขึ้น
  • ส่วนเส้นทางบินไทเป มีสัดส่วนนักท่องเที่ยวไต้หวันและคนไทยอยู่ที่ 50:50
  • ในปี 2558 นกสกู๊ตขาดทุนสูงถึง 1,223 ล้านบาท ก่อนที่ในปี 2559 จะลดการขาดทุนเหลือเพียง 612 ล้านบาท


Comments