Home Pop Eye ดราม่าระอุ “คนอะไรเป็นแฟนหมี” ทิ้งบทเรียนการทำ “คอนเทนต์” บนโลกออนไลน์

ดราม่าระอุ “คนอะไรเป็นแฟนหมี” ทิ้งบทเรียนการทำ “คอนเทนต์” บนโลกออนไลน์



กลายเป็นดราม่าให้พวกเราๆ ชาวเน็ตได้เผือกกันอย่างสุขสันต์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมานี่เอง จริงๆ มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่คู่รักชายหญิงจะเลิกรากัน เป็นสัจธรรมแห่งชีวิตล่ะเนอะ เพียงแต่คู่นี้ดันเป็นเพจใหญ่ในตำนานอย่าง “คนอะไรเป็นแฟนหมี” ทำให้แต่ละคนเอาใจช่วย (เผือก) กันอย่างสุดพลัง


เรื่องของเรื่องก็คือแฟนสาว หรือ “หมี” ในเพจที่ชื่อดรีม ได้ตั้งกระทู้ในพันทิปว่า “รบกวนติดต่อคุณบอมบ์คนอะไรเป็นแฟนหมี” แค่ชื่อกระทู้ก็เรียกแขกไปอีก เนื้อหาข้างในก็ได้ระบายสิ่งที่อึดอัดมาตลอดว่าได้เลิกรากับแฟนหนุ่มมา 6 เดือนแล้ว และตนเองเป็นโรคซึมเศร้าจนเข้ารักษาที่โรงพยาบาล (เจ๊ขอไม่แตะประเด็นนี้นะ มีหลายคนพูดไปเยอะแล้ว) แต่ฝ่ายชายไม่เคยสนใจ แถมมีหมีตัวใหม่อีกด้วย หมีใหม่ก็มาหาว่าโรคจิตไปอีก!!


ทีนี้น้องหมีก็เลยอยากขอร้องความยุติธรรมเพราะที่ฝ่ายชายมีวันนี้ได้ก็เพราะนางนะ คาแรคเตอร์นางนะ อะไรแบบนี้ และอยากได้แมวคืนด้วย ซึ่งฝ่ายชายได้บล็อกช่องทางการติดต่อทุกอย่างเลย เลยมาให้ชาวพันทิปช่วยกันนี่แหละ ก็มีคอมเมนต์หลากหลายทั้งให้กำลังใจ และบอกให้นางไปรักษาตัวอะไรแบบนี้


แต่ไม่จบแค่ในกระทู้นั้นไงล่ะเธอว์ คือในโซเชียลเนี่ยมีการกระหน่ำแชร์ และพูดถึงเป็นวาระแห่งชาติยิ่งกว่าเรือดำน้ำอีก เพจดังหลายเพจก็นำไปแสดงความคิดเห็น “ทราย เจริญปุระ” ยังขอแจมพร้อมกับพูดเรื่องโรคซึมเศร้ากับน้องหมี





แต่ที่ร้อนแรงก็คือตอนที่ “บอมบ์” หรือแฟนหมีได้โพสท์แถลงการณ์ในหน้าเพจเกี่ยวกับเรื่องนี้ พร้อมกับบอกว่าให้แมวไม่ได้จิงๆ นะจ๊ะ ทีนี้แหละ แฟนเพจ หรือไม่ใช่แฟนเพจก็ตะลุมบอนกันคอมเมนต์จนเพจร้อนยังกับไฟเออร์ ส่วนใหญ่จะเป็นในแนวว่าให้เลิกทำเพจสิ เพราะหากินกับคาแรคเตอร์น้องหมี บางคอมเมนต์นี่รู้ดีกว่าทั้งคู่เข้าไปอีก



ฝากบทเรียนอะไร ในวงการ “Content Marketing”

พจคนอะไรเป็นแฟนหมีเนี่ยถือว่าเป็นเพจยุคแรกๆ ของการทำคอนเทนต์ในเฟซบุ๊ก แล้วประสบความสำเร็จมากๆๆๆ คอนเทนต์จะเป็นในแนวของคู่รักคู่หนึ่งก็คือตัวเจ้าของเพจเองชื่อจริงๆ คือ “บอมบ์” ส่วนหมีก็คือคาแรคเตอร์ของแฟนสาวหรือ “ดรีม” ซึ่งบอมได้หยิบเรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของทั้งคู่มาเขียนเป็นการ์ตูน 3 ช่อง ทำให้อ่านง่าย เข้าใจง่าย เช่น เรื่องเล่นเกม เรื่องกินข้าว ช้อปปิ้ง ถ้าใครที่มีคนรักก็เก็ท และโดนใจอย่างมาก จนภายหลังก็มีหลายเพจทำคอนเทนต์ประเภทนี้ตามๆ กัน


ในช่วงนั้นการที่บอมบ์สร้างคอนเทนต์แต่ละครั้งมีแฟนเพจให้สนใจเป็นจำนวนมาก รอแชร์กันกระหน่ำ ใต้ภาพก็มีแการแท็คแฟนกันรัวๆ คนมีคู่ก็ฟินจิกหมอนกันไป ส่วนคนไม่มีคู่ก็มองบนแรงๆ กันค่า


การเติบโตด้วยคอนเทนต์นี้เองทำให้เพจนี้เติบโตอย่างรวดเร็วยิ่งกว่ารถเมล์สาย 8 มีแฟนเพจถึงหลักล้านอย่างว่องไว จนตอนนี้มีแฟนเพจกว่า 2 ล้านเข้าไปแล้ว สปอนเซอร์โฆษณานี่วิ่งเข้าหากันรัวๆ เลยจ้า จนแตกเพจได้อีกเพจก็คือ “นี่เพื่อนไง จำไม่ได้หรอ” ก็ได้นำคาแรคเตอร์ของเพื่อนมาทำเป็นการ์ตูนอีก แถมต่อยอดไปถึงการทำ LINE Sticker ด้วย เรียกว่ามีรายได้เป็นกอบเป็นกำ




แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดคิดก็ต้องยอมรับกันไป การที่เจ้าของเพจเลือกทำคอนเทนต์เกี่ยวกับคู่รักไม่ใช่เรื่องผิด แต่การเลือกที่จะปั้นคาแร็คเตอร์ตัวเด่นในเพจมาจากแฟนของตัวเอง และมีการเขียนคอนเทนต์ให้น้องหมีดูเป็นผู้หญิงเอาแต่ใจ ผู้หญิงงี่เง่า จนบางทีก็มีคอมเมนต์ใต้ภาพต่อว่าน้องหมี โดยที่มีหลายคนวิพากย์วิจารณ์อยู่เหมือนกันว่าเรื่องนี้ก็เป็นสาเหตุที่ทำให้น้องหมีเป็นโรคซึมเศร้าจากคาแร็คเตอร์ที่ปั้นให้น้องหมี


อนาคตต่อไปยังไม่มีใครทราบถึงการตัดสินใจของฝ่ายชายที่จะทำเพจต่อหรือไม่ แต่ก็มีกระแสบอกว่าให้หยุดทำเพจนี้เพราะว่าคาแร็คเตอร์น้องหมียังไงก็มาจากอดีตแฟน เลิกรากันไปก็ไม่ควรหากินกับคาแรคเตอร์นี้ ถึงแม้ว่าช่วงหลังฝ่ายชายจะบอกว่ามุกในเพจมาจากผู้ชมชาวบ้าน แต่ชาวเน็ตก็ยังจำภาพลักษณ์เป็นคาแร็คเตอร์น้องหมีอยู่ดี หรือทำเพจใหม่ไปเลย ใช้คาแร็คเตอร์ของสาวคนใหม่ก็ได้อะไรประมาณนี้


การทำคอนเทนต์ในยุคนี้ไม่มีเรื่องผิดหรือเรื่องถูก เพียงแต่ต้องอยู่ในความพอดี บางทีคอนเทนต์ที่ทำออกไปโดนใจคนดู สร้างความสุขได้ แต่อีกมุมหนึ่งได้สร้างบรรทัดฐานให้กับคาแร็คเตอร์ใดคาแร็คเตอร์หนึ่งไปแล้ว ทำให้สังคมไทยมองผู้หญิง มองแฟน มองภรรยาเป็นสิ่งน่ากลัว เป็นข้อที่ควรระวังอยู่เช่นกัน

สรุปๆๆๆ

– ไม่มีสรุป เพราะได้สรุปมาแล้ว 🙂

Comments